วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) เป็นวีซ่าที่ออกให้แก่บุคคลที่ประสงค์จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อ วัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น โดยผู้สมัครจะต้องมีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไทยและต้องการเข้ามาพักผ่อนในระยะสั้นตามเงื่อนไขที่กำหนด
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อห้ามสำคัญ)
สิ่งที่ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือ "ห้ามทำงานในประเทศไทยโดยเด็ดขาด" เนื่องจากการทำงานในขณะที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวถือเป็นการผิดวัตถุประสงค์และมีความผิดตามกฎหมายไทย
รายการเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม
ในการยื่นคำร้องเบื้องต้น ผู้สมัครจำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:
หนังสือเดินทาง (Passport): ต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
แบบฟอร์มคำร้อง: กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์
รูปถ่าย: ขนาด 4x6 ซม. ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
หลักฐานการเดินทาง: ตั๋วเครื่องบินที่ชำระเงินเต็มจำนวนแล้ว ทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศไทย
หลักฐานทางการเงิน: ต้องมีเงินหมุนเวียนเพียงพอต่อการพำนัก (ไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อคน หรือ 40,000 บาทต่อครอบครัว)
หมายเหตุ: เจ้าหน้าที่กงสุลอาจขอเอกสารเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
ค่าธรรมเนียม: 1,000 บาท ต่อการเข้าไทย 1 ครั้ง (Single Entry) ทั้งนี้ราคาในต่างประเทศจะเรียกเก็บเป็นสกุลเงินท้องถิ่นตามอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยและผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้จะได้รับอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยได้ ไม่เกิน 60 วัน ต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้ง
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
สำหรับท่านที่ต้องการพำนักต่อนานขึ้น หรือต้องการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ต้องยื่นคำร้องที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Thai Immigration Bureau)
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทยจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 3-10 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูตไทยในต่างประเทศ และเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 1-3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวประเทศไทย
1. ถือวีซ่าท่องเที่ยวแล้วแอบทำงานพาร์ทไทม์ได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ การทำงานทุกรูปแบบในประเทศไทยขณะถือวีซ่าท่องเที่ยวถือเป็นเรื่องต้องห้ามตามระเบียบการ
2. ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะผ่าน?
ตอบ: ตามเกณฑ์มาตรฐานคือ 20,000 บาทต่อคน หรือ 40,000 บาทต่อครอบครัว เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงพอขณะพำนัก
3. ถ้าวีซ่าใกล้หมดอายุ แต่อยากเที่ยวต่อต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ต้องดำเนินการขออยู่ต่อ (Extension) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ โดยต้องเตรียมเหตุผลและเอกสารประกอบ
4. หนังสือเดินทางเหลืออายุ 5 เดือน ยื่นขอวีซ่าได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ณ วันที่ยื่นคำร้อง
5. ถ้าซื้อตั๋วเครื่องบินขาเข้าอย่างเดียว แต่ยังไม่ซื้อตั๋วกลับ ยื่นวีซ่าได้ไหม?
ตอบ: ไม่แนะนำ เพราะหนึ่งในเอกสารสำคัญคือต้องมีหลักฐานการเดินทางออกจากประเทศไทยที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
วีซ่าธุรกิจ ในประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางธุรกิจที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วและความหลากหลายทางธุรกิจที่กว้างขวาง ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักธุรกิจและนักลงทุนจากทั่วโลก สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย วีซ่าธุรกิจ (Non-Immigrant B Visa) เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด วีซ่าธุรกิจจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติพำนักในประเทศไทยและดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย
วีซ่าธุรกิจหรือที่เรียกกันว่า Non-Immigrant B Visa เป็นวีซ่าที่ออกให้สำหรับชาวต่างชาติที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาทำงาน ดำเนินธุรกิจ หรือลงทุนในประเทศไทย วีซ่าประเภทนี้สามารถขอได้ทั้งแบบเข้า-ออกครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยมีระยะเวลาพำนักสูงสุด 90 วันต่อครั้ง การขอวีซ่าธุรกิจจำเป็นต้องมีเอกสารประกอบที่ชัดเจน เช่น จดหมายเชิญจากบริษัทไทย หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท และหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอ
วีซ่าธุรกิจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมการประชุม เจรจาธุรกิจ หรือลงทุนในโครงการต่างๆ วีซ่าธุรกิจสามารถขอต่ออายุได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด และในบางกรณี ผู้ถือวีซ่าธุรกิจสามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เพื่อดำเนินการทำงานในประเทศไทยได้
วีซ่าธุรกิจแต่ละประเภท
วีซ่าประเภท Non-Immigrant "B" แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักตามวัตถุประสงค์ดังนี้:
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อห้ามและเงื่อนไข)
รายการเอกสารเบื้องต้น
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
(หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมอาจแตกต่างกันไปตามสกุลเงินท้องถิ่นของสถานกงสุลแต่ละแห่ง)
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้จะได้รับอนุญาตให้พำนักได้ ไม่เกิน 90 วัน ต่อการเข้าครั้งหนึ่ง
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
หากต้องการพำนักต่อนานกว่า 90 วัน สามารถยื่นขออยู่ต่อได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง:
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทยจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 5-15 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูตไทยในต่างประเทศ และเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่าธุรกิจประเทศไทย
1.ได้วีซ่าธุรกิจแล้ว เริ่มทำงานได้ทันทีเลยไหม?
ตอบ ยังไม่ได้ ต้องรอให้ได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) อย่างเป็นทางการก่อนจึงจะเริ่มงานได้
2.ขั้นตอนการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) สำหรับคนต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
ตอบ หลังจากเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าธุรกิจ ผู้ที่ต้องการทำงานต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จากกรมการจัดหางาน โดยต้องมีเอกสารจากบริษัทนายจ้าง เช่น หนังสืออนุมัติจากกระทรวงแรงงาน สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัท และใบทะเบียนพาณิชย์ หลังจากได้รับใบอนุญาตทำงานแล้วจึงสามารถขอขยายวีซ่าพำนักในประเทศได้สูงสุด 1 ปี
3.ถ้าได้วีซ่าแบบ 1 ปี (Multiple Entry) ต้องรายงานตัวไหม?
ตอบ หากพำนักต่อเนื่องเกิน 90 วัน ต้องทำการรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน
4.อยากเปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าธุรกิจในไทยได้หรือไม่?
ตอบ สามารถทำได้โดยยื่นเรื่องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ต้องมีเอกสารจากบริษัทผู้ว่าจ้างครบถ้วนตามเกณฑ์
5.ถ้าลาออกจากบริษัทเดิม วีซ่ายังใช้ได้อยู่ไหม?
ตอบ เมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน วีซ่าที่พ่วงกับการทำงานจะสิ้นสุดลงทันที ต้องแจ้งยกเลิกวีซ่าและใบอนุญาตทำงานตามขั้นตอน
6.ผู้ติดตาม (ครอบครัว) สามารถขอวีซ่ามาพร้อมกันได้ไหม?
ตอบ ได้ คู่สมรสและบุตรสามารถยื่นขอวีซ่ารหัส "O" (Dependent) เพื่อพำนักในฐานะผู้ติดตามได้
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมาตรฐานการศึกษาที่สูงและหลักสูตรการเรียนการสอนที่หลากหลายทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและศูนย์ฝึกอบรม ชาวต่างชาติหลายคนเลือกประเทศไทยเป็นที่ศึกษาต่อหรือฝึกฝนวิชาชีพเฉพาะด้าน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาศึกษาหรือฝึกงานในประเทศไทย วีซ่านักเรียน (Non-Immigrant ED Visa) เป็นวีซ่าที่ช่วยให้สามารถพำนักในประเทศไทยได้ระยะยาวตามระยะเวลาการศึกษา
วีซ่านักเรียน (Non-Immigrant ED Visa) เป็นวีซ่าที่ออกให้สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาเรียนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในระดับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา หรือศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทาง วีซ่าประเภทนี้มักจะออกให้ครั้งละ 90 วัน แต่สามารถขอต่ออายุได้ตามระยะเวลาของการศึกษา เช่น หลักสูตรปริญญาโทหรือปริญญาเอกที่อาจใช้เวลาหลายปี นอกจากนี้ยังสามารถยื่นขอเพื่อเรียนภาษาไทยหรือฝึกอบรมในวิชาชีพต่าง ๆ ได้ด้วย
การขอวีซ่าการศึกษามีเงื่อนไขที่ชัดเจน โดยผู้สมัครต้องได้รับจดหมายรับรองจากสถาบันการศึกษาหรือองค์กรที่เป็นผู้ให้การศึกษา รวมทั้งต้องมีหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอสำหรับการพำนักในประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่เรียน
วีซ่าประเภท Non-Immigrant "ED" ออกให้แก่บุคคลที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา ดังนี้
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อห้ามและเงื่อนไข)
รายการเอกสารเบื้องต้น
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
Single Entry (เข้าครั้งเดียว): 2,000 บาท
(หมายเหตุ: ราคาในต่างประเทศจะเรียกเก็บเป็นสกุลเงินท้องถิ่นตามอัตราแลกเปลี่ยนของสถานทูตนั้น ๆ)
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
Single Entry: มีอายุ 3 เดือน (ต้องใช้เดินทางเข้าประเทศไทยภายใน 90 วันนับจากวันที่ออกวีซ่า)
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทยจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 1-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสถานทูตไทยในต่างประเทศ และเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่านักเรียนประเทศไทย
1. ถือวีซ่านักเรียนแล้วทำงาน Part-time ได้ไหม?
ตอบ: ตามกฎหมายไทย ผู้ถือวีซ่า ED ไม่สามารถทำงานได้ วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อการศึกษาเท่านั้น
2. ถ้าเรียนจบก่อนวีซ่าหมดอายุ ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: เมื่อจบการศึกษาหรือลาออก วีซ่าจะสิ้นสุดลงทันที ต้องแจ้งสถานศึกษาเพื่อทำเรื่องยกเลิกวีซ่าต่อ ตม. และเดินทางออกจากประเทศภายในเวลาที่กำหนด
3. ต้องไปรายงานตัวทุก 90 วันด้วยตัวเองไหม?
ตอบ: สามารถทำได้ด้วยตนเอง มอบอำนาจ หรือทำผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
4. วีซ่า ED สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน (Non-B) ได้ไหม?
ตอบ: ทำได้ หากได้รับจ้างงานจากบริษัทในไทย โดยต้องเตรียมเอกสารการจ้างงานและดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่าตามระเบียบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
5. พ่อแม่สามารถขอวีซ่าติดตามนักเรียนได้ไหม?
ตอบ: ได้ หากนักเรียนศึกษาในสถานศึกษาที่กำหนด ผู้ปกครอง (พ่อหรือแม่) สามารถยื่นขอวีซ่าผู้ติดตาม (Non-O) ได้ 1 ท่าน ต่อเด็ก 1 คนครับ
วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) (90 วัน) เป็นวีซ่าที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีเงื่อนไขการใช้งานที่เข้มงวดกว่าวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป โดยวัตถุประสงค์หลักคือการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงธุรกิจ การศึกษา หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งหัวใจสำคัญของวีซ่าประเภทนี้คือการเป็นจุดเริ่มต้นในการขออนุญาตพำนักระยะยาว (Long Stay) หรือการขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในแง่ของสิทธิประโยชน์ ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทนี้จะได้รับความสะดวกในการทำธุรกรรมหรือนิติกรรมในประเทศไทยได้กว้างขวางขึ้น เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร การขอติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน หรือการยื่นขอใบขับขี่ไทย ซึ่งมักจะทำได้ยากหากถือเพียงวีซ่าท่องเที่ยว นอกจากนี้ วีซ่าคนอยู่ชั่วคราวยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่วางแผนจะขอยื่นเรื่องเพื่อเป็นคนเข้าเมืองถาวร (Resident Permit) ในอนาคต โดยต้องมีการถือวีซ่าประเภทนี้ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบที่มาคู่กับวีซ่าประเภทนี้คือ "หน้าที่ในการรายงานตัว" เนื่องจากผู้อยู่ชั่วคราวจะต้องทำการรายงานที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในทุกๆ 90 วัน เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนและสถานที่พำนักในปัจจุบัน ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือเดินทางออกนอกประเทศและกลับเข้ามาใหม่ จะต้องมีการบริหารจัดการตราประทับและการขอ Re-entry Permit เพื่อรักษาสิทธิของวีซ่าเดิมไม่ให้สิ้นสุดลงโดยไม่ตั้งใจ
วีซ่าประเภท Non-Immigrant ออกให้แก่บุคคลที่ประสงค์จะเดินทางเข้าไทยเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากการท่องเที่ยว โดยมีรหัสแยกตามกิจกรรมหลัก เช่น:
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อห้ามสำคัญ)
รายการเอกสารเบื้องต้น
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทยจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 1-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสถานทูตไทยในต่างประเทศ และเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)
1. ถือวีซ่าติดตามภรรยาชาวไทย (Non-O) ทำงานได้ไหม?
ตอบ: ตัววีซ่าเองไม่ได้อนุญาตให้ทำงาน
2. วีซ่าเกษียณ (Retirement) ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?
ตอบ: ต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือมีรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 65,000 บาท ตามเกณฑ์ที่ ตม. กำหนดครับ
3. ถ้าได้วีซ่าแบบ Multiple Entry 1 ปี ต้องอยู่ยาวจนครบปีเลยไหม?
ตอบ: ไม่ใช่ ทุกครั้งที่เดินทางเข้ามาคุณจะได้รับตราประทับให้อยู่ได้ครั้งละ 90 วัน เมื่อครบกำหนดต้องออกไปแล้วเข้าใหม่ หรือยื่นเรื่องขออยู่ต่อ (Extension) เป็น 1 ปีที่สำนักงาน ตม.
4. ถ้าเปลี่ยนนามสกุลหรือเปลี่ยนเล่มหนังสือเดินทางใหม่ ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ต้องรีบไปดำเนินการถ่ายโอนตราประทับวีซ่า (Transfer Stamp) จากเล่มเดิมไปเล่มใหม่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยเร็วที่สุด
5. วีซ่าคนอยู่ชั่วคราว สามารถขอเปลี่ยนเป็นวีซ่าท่องเที่ยวได้ไหม?
ตอบ: โดยปกติแล้วมักจะแนะนำให้เดินทางออกจากประเทศแล้วขอใหม่ หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ ตม. เป็นกรณีไป แต่ในทางปฏิบัติมักจะเป็นการเปลี่ยนจาก "ท่องเที่ยว" เป็น "อยู่ชั่วคราว" มากกว่า
ประเทศไทยเป็นที่ดึงดูดใจสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ค่าครองชีพที่เหมาะสม และความสะดวกสบายที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย วีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa or Non-Immigrant O-A Visa) เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาวในประเทศไทยหลังจากเกษียณอายุ
วีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) เป็นวีซ่าที่ออกให้กับชาวต่างชาติที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและต้องการพำนักในประเทศไทยระยะยาว โดยผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานการเงินที่เพียงพอต่อการพำนัก เช่น เงินฝากในบัญชีธนาคารไทยไม่ต่ำกว่า 800,000 บาท หรือมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 65,000 บาท วีซ่านี้ออกให้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีและสามารถต่ออายุได้ทุกปี
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อกำหนดและข้อห้าม)
รายการเอกสารเบื้องต้น
o เงินฝากในบัญชีธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท (คงสภาพไว้อย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนยื่น)
o หรือ มีรายได้/เงินบำนาญ ไม่น้อยกว่า 65,000 บาทต่อเดือน
o หรือ มีเงินฝากและรายได้รวมกันต่อปีไม่น้อยกว่า 800,000 บาท
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
(หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงตามที่สถานทูตหรือสถานกงสุลกำหนด)
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทย หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่าเกษียณอายุประเทศไทย
1. ถ้าเงินในบัญชีลดลงต่ำกว่า 800,000 บาท หลังจากได้วีซ่าแล้วจะเป็นอะไรไหม?
ตอบ: กฎหมายกำหนดให้ต้องคงเงิน 800,000 บาทไว้ในบัญชีอย่างน้อย 3 เดือนหลังได้รับวีซ่า และหลังจากนั้นต้องคงเงินไว้ไม่ต่ำกว่า 400,000 บาทในบัญชีตลอดปี
2. ภรรยา/สามี ที่อายุไม่ถึง 50 ปี สามารถติดตามมาด้วยได้ไหม?
ตอบ: ได้ หากคู่สมรสอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถยื่นขอวีซ่าในรหัส "O" (ผู้ติดตาม) โดยใช้หลักฐานการสมรสประกอบการยื่น
3. วีซ่าเกษียณอายุซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยได้หรือไม่?
ตอบ: ท่านสามารถซื้อและถือครองอาคารชุด (Condominium) ในชื่อตนเองได้ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่สามารถถือครองที่ดินได้โดยตรง
4. ต้องตรวจสุขภาพที่ประเทศตนเองหรือที่เมืองไทย?
ตอบ: หากยื่นจากต่างประเทศให้ใช้ใบรับรองจากประเทศนั้นๆ แต่หากยื่นขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าภายในประเทศไทย จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลในไทย
5. ถ้าจะเดินทางออกนอกประเทศบ่อยๆ ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: หากถือวีซ่าแบบ Single Entry ต้องทำ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกทุกครั้งเพื่อรักษาสิทธิวีซ่า แต่หากเป็นแบบ Multiple Entry สามารถเดินทางเข้า-ออกได้เลย
วีซ่า Non-Immigrant รหัส "O-X" คือวีซ่าพำนักระยะยาวที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติจาก 14 ประเทศ ที่มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถพำนักในประเทศไทยได้ยาวนานขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพำนักระยะยาวและกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง
ยกระดับการใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทพิเศษที่ให้สิทธิพำนักได้ยาวนานถึง 10 ปี ออกแบบมาเพื่อมอบความอุ่นใจและสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าสำหรับกลุ่มเกษียณอายุคุณภาพ
ชาวต่างชาติที่จะยื่นขอวีซ่าประเภท Non-Immigrant O-X (Long Stay 10 years) จะต้องเป็นผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่กำหนดไว้ทั้งหมด 14 ประเทศ ดังนี้:
กลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา
กลุ่มอเมริกาเหนือและโอเชียเนีย
กลุ่มเอเชีย
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อกำหนดและข้อห้าม)
รายการเอกสารเบื้องต้น
o มีเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
o หรือ มีเงินฝากไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านบาท และมีรายได้ต่อปีไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านบาท
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทย หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่า Non-OX ประเทศไทย
1. วีซ่า O-X ต่างจากวีซ่าเกษียณปกติ (O-A) อย่างไร?
ตอบ: วีซ่า O-X ให้ระยะเวลาพำนักรวมถึง 10 ปี (5+5) และมีเกณฑ์ทางการเงินที่สูงกว่า (3 ล้านบาท) ในขณะที่ O-A ให้พำนักครั้งละ 1 ปี และใช้เกณฑ์เงินฝาก 800,000 บาท
2. เงินฝาก 3 ล้านบาท สามารถถอนออกมาใช้ได้ไหม?
ตอบ: หลังได้รับวีซ่า 1 ปี สามารถถอนมาใช้ได้ (เพื่อค่าใช้จ่ายในไทย) แต่ต้องคงเงินในบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท และต้องมีเงินฝากครบ 3 ล้านบาทอีกครั้งเมื่อจะยื่นต่ออายุช่วงที่สอง
3. คู่สมรสและบุตรสามารถขอวีซ่าติดตามได้ไหม?
ตอบ: คู่สมรส (ไม่จำกัดอายุ) และบุตร (อายุไม่เกิน 21 ปี) สามารถยื่นขอวีซ่าติดตามรหัส O-X ได้เช่นกัน โดยต้องมีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์และประกันสุขภาพตามเกณฑ์
4. ถ้าไม่ใช่คนจาก 14 ประเทศที่กำหนด สมัคร O-X ได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นผู้ถือสัญชาติจากกลุ่มประเทศที่กำหนดเท่านั้น หากอยู่นอกเหนือจากนี้ แนะนำให้สมัครวีซ่าเกษียณประเภท Non-O หรือ O-A แทน
5. วีซ่า O-X ต้องทำ Re-entry Permit ไหมเวลาจะไปต่างประเทศ?
ตอบ: ไม่ต้อง เพราะวีซ่าประเภทนี้เป็นแบบ Multiple Entry ในตัวอยู่แล้ว สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ตลอดอายุวีซ่า
ทำไมต้องเลือก Thailand Privilege? นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมในเมืองไทย
เอกสิทธิ์เหนือระดับที่มากกว่าแค่ "วีซ่า"
ก้าวข้ามขีดจำกัดของวีซ่าทั่วไปสู่สถานะ "แขกพิเศษของรัฐบาลไทย" ด้วยบัตรผ่านระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่ช่วยขจัดความยุ่งยากด้านเอกสารให้หมดไป บอกลาความกังวลเรื่องการทำ Visa Run หรือการเตรียมหลักฐานการเงินที่ซับซ้อนในทุกปี มอบความมั่นคงและอิสระในการวางแผนชีวิตระยะยาวในประเทศไทยได้อย่างราบรื่นและไร้กังวล
บริการเหนือระดับอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Experience)
สัมผัสประสบการณ์การต้อนรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึง ด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัว (Elite Personal Assistant - EPA) ที่คอยดูแลคุณที่สนามบิน พร้อมบริการรถลิมูซีนรับส่งสุดหรู และอำนวยความสะดวกในเรื่องสำคัญอย่างการรายงานตัว 90 วัน ที่สำคัญ Thailand Privilege ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ จึงตอบโจทย์ความต้องการได้ครอบคลุม ทั้งนักลงทุนรุ่นใหม่ กลุ่ม Digital Nomad รายได้สูง ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการย้ายมาพำนักในไทยอย่างสะดวกสบาย
สิทธิประโยชน์ที่ออกแบบตามไลฟ์สไตล์คุณ (Personalized Privileges)
ยกระดับการใช้ชีวิตด้วยระบบ Privilege Points ที่เปลี่ยนวีซ่าพำนักระยะยาวให้กลายเป็น "แพ็กเกจไลฟ์สไตล์ส่วนตัว" คุณสามารถเลือกใช้คะแนนแลกรับบริการที่ตรงใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพระดับพรีเมียมในโรงพยาบาลชั้นนำ การออกรอบในกอล์ฟคลับระดับโลก หรือการพักผ่อนในสปาสุดหรู สิทธิประโยชน์ทั้งหมดนี้ถูกคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความสำเร็จและยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณให้คุ้มค่าที่สุดในทุกช่วงเวลา
Thailand Privilege คือโปรแกรมสมาชิกพิเศษที่ดำเนินการโดยบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) วัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ที่ต้องการพำนักในไทยระยะยาว โดยมอบวีซ่าประเภทพิเศษ (Privilege Entry - PE) ที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ เช่น บริการผู้ช่วยส่วนตัวที่สนามบิน, ช่องตรวจคนเข้าเมืองพิเศษ (Fast Track), และคะแนนสะสม (Privilege Points) เพื่อแลกบริการสุดหรูต่างๆ
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อกำหนดและข้อห้าม)
รายการเอกสารเบื้องต้น
ค่าธรรมเนียมสมาชิก และสิทธิประโยชน์ (Membership Fees & Benefits)
ราคาจะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก (ข้อมูลอับเดทปี 2026):
1. BRONZE (The Hassle-Free Residency) (สิ้นสุดถึง กันยายน 2569)
"เน้นความคุ้มค่าและวีซ่าที่จัดการง่าย"
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการมีวีซ่าพำนักในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายในระยะยาว โดยไม่เน้นบริการเสริมอื่นๆ มากนัก
ค่าธรรมเนียมสมาชิก: 650,000 บาท (ไม่มีค่าสมาชิกเสริม)
ระยะเวลาพำนัก: 5 ปี
คะแนนรายปี: 0 คะแนน (ไม่มีคะแนนให้แลกบริการพิเศษ)
สิทธิประโยชน์หลัก:
2. GOLD (The Entry to Luxury)
"เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยบริการระดับพรีเมียม"
เหมาะสำหรับ: นักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกไทยบ่อยครั้ง และต้องการบริการรถรับส่งสนามบินหรือบริการไลฟ์สไตล์
ค่าธรรมเนียมสมาชิก: 900,000 บาท
ระยะเวลาพำนัก: 5 ปี
คะแนนรายปี: 20 คะแนน
จุดเด่น: มีคะแนนสะสมปีละ 20 คะแนน ซึ่งเพียงพอสำหรับการแลกบริการรถลิมูซีนรับ-ส่งสนามบิน หรือบริการสปา/กอล์ฟ ตลอดทั้งปี
3. PLATINUM (The Prime Experience)
"ความคุ้มค่าในระยะยาวสำหรับบุคคลและครอบครัว"
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่วางแผนพำนักในไทยระยะยาว 10 ปี หรือครอบครัวที่ต้องการย้ายมาอยู่ประเทศไทย
ค่าธรรมเนียมสมาชิก: 1,500,000 บาท (สมาชิกเสริมเพียง 1,000,000 บาท)
ระยะเวลาพำนัก: 10 ปี
คะแนนรายปี: 35 คะแนน
จุดเด่น: เฉลี่ยค่าธรรมเนียมรายปีจะถูกลงกว่าแพ็คเกจ 5 ปี และได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 35 คะแนนต่อปี เพื่อแลกสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายและบ่อยครั้งขึ้น
4. DIAMOND (The Refined Living)
"ที่สุดของความสมบูรณ์แบบและการดูแลสุขภาพ"
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพระดับ High-end
ค่าธรรมเนียมสมาชิก: 2,500,000 บาท (สมาชิกเสริม 1,500,000 บาท)
ระยะเวลาพำนัก: 15 ปี
คะแนนรายปี: 55 คะแนน
สิทธิประโยชน์เด่น: นอกเหนือจากวีซ่า 15 ปี สมาชิกจะได้รับสิทธิ์แลกบริการตรวจสุขภาพ (Health Check-up) ประจำปี และบริการไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับด้วยคะแนนที่สูงถึง 55 คะแนนต่อปี
5. RESERVE (The Ultimate Exclusivity)
"เอกสิทธิ์สูงสุดที่เงินเพียงอย่างเดียวซื้อไม่ได้"
เหมาะสำหรับ: บุคคลระดับ VVIP ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและสิทธิพิเศษระดับสูงสุด
เงื่อนไข: ต้องได้รับการเชิญจากบริษัทฯ เท่านั้น (By Invitation Only)
ค่าธรรมเนียมสมาชิก: 5,000,000 บาท (สมาชิกเสริม 2,000,000 บาท)
ระยะเวลาพำนัก: 20 ปี ขึ้นไป (สามารถต่ออายุได้)
คะแนนรายปี: 120 คะแนน
ความพิเศษ: ได้รับคะแนนรายปีสูงที่สุดถึง 120 คะแนน แลกสิทธิพิเศษได้แทบทุกหมวดหมู่แบบไม่จำกัด และมีทีมผู้ดูแลส่วนตัวระดับสูงสุดในการจัดการทุกความต้องการในประเทศไทย
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
วีซ่าจะได้รับการต่ออายุทุกๆ 5 ปี ตามระยะเวลาของแพ็กเกจสมาชิกที่เลือก (เช่น หากเป็นสมาชิก 20 ปี จะได้รับวีซ่า 5 ปี จำนวน 4 รอบ)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
ผู้ถือวีซ่า Thailand Privilege สามารถพำนักในประเทศไทยได้ยาวนาน โดยจะได้รับตราประทับให้อยู่ได้ ครั้งละ 1 ปี ต่อการเข้าประเทศหนึ่งครั้ง
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
หากพำนักต่อเนื่องในไทยเกิน 1 ปี โดยไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศเลย ต้องดำเนินการยื่นขอขยายเวลาพำนัก (Stay Extension) ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หน้าที่สำคัญ: ยังคงต้องทำเรื่องรายงานตัว 90 วัน (90-day Reporting) ตามกฎหมาย ซึ่งทาง Thailand Privilege มีบริการเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในส่วนนี้
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทย หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 1-3 เดือน (รวมการตรวจประวัติอาชญากรรม) ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่า Thailand Privilege
1. วีซ่านี้ต่างจากวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: ต่างกันที่ระยะเวลาพำนักที่ยาวกว่ามาก (สูงสุด 20 ปี) ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำ Visa Run บ่อยๆ และได้รับสิทธิพิเศษระดับ VIP เช่น รถรับส่งสนามบินและช่องทางด่วนในการตรวจคนเข้าเมือง
2. สามารถยื่นขอวีซ่าขณะที่อยู่ในประเทศไทยได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ หากคุณถือวีซ่าประเภทที่กำหนดและยังมีอายุเหลืออยู่ สามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนเป็น Thailand Privilege ได้ โดยใช้บริการของเรา
3. หากเป็นสมาชิกแล้ว สามารถอัปเกรดระดับแพ็กเกจในภายหลังได้ไหม?
ตอบ: ได้ครับ สมาชิกสามารถขออัปเกรดระดับเพื่อเพิ่มระยะเวลาวีซ่าและจำนวนคะแนนสิทธิประโยชน์ได้ โดยชำระส่วนต่างตามเงื่อนไขของบริษัท
4. คะแนน Privilege Points เอาไว้ทำอะไร?
ตอบ: คะแนนสามารถนำไปแลกรับบริการพิเศษ เช่น บริการตรวจสุขภาพประจำปี สปา กอล์ฟ บัตรเข้าชมภาพยนตร์ หรือแม้แต่บริการเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว ตามจำนวนคะแนนที่แต่ละบริการกำหนด
5. ขั้นตอนการสมัครใช้เวลานานแค่ไหน?
ตอบ: โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการตรวจสอบประวัติของหน่วยงานภาครัฐ เมื่ออนุมัติแล้วสามารถรับวีซ่าได้ที่สนามบินเมื่อเดินทางเข้าไทย หรือที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
วีซ่า Destination Thailand Visa (DTV) เป็นโอกาสพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักอยู่ในประเทศไทยในระยะยาว โดยไม่เพียงแต่เป็นการพักผ่อน แต่ยังสามารถทำงานทางไกล หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ วีซ่าประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการทำงานควบคู่กันในบรรยากาศที่สวยงามของประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad และผู้ที่ต้องการค้นพบวัฒนธรรมไทยในเชิงลึก
Destination Thailand Visa (DTV) เป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานทางไกลและสัมผัสประสบการณ์ในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้และเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่ประเทศไทยมีให้ วีซ่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานและการท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการย้ายมาพักผ่อนหรือใช้ชีวิตในไทยอย่างยาวนาน
ด้วยข้อมูลทั้งหมดนี้ คุณสามารถใช้เพื่อโปรโมตวีซ่า DTV ในการตลาดเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้สนใจเดินทางมาพำนักในประเทศไทย
ผู้มีสิทธิ์ขอวีซ่า DTV (Eligible Applicants for DTV Visa)
1.นักท่องเที่ยวที่ทำงานทางไกล (Workcation)
ชาวต่างชาติที่ทำงานจากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นงานในสายเทคโนโลยี การตลาด การบริหาร หรือสายงานอื่นๆ ที่สามารถทำงานออนไลน์ได้ และต้องการผสมผสานการทำงานเข้ากับการพักผ่อนในประเทศไทย
2.นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ
นักท่องเที่ยวที่สนใจศึกษาวัฒนธรรมไทย เช่นเรียนอาหารไทย เข้าร่วมโปรแกรมฝึกกีฬา เช่นเรียนมวยไทย รับการรักษาพยาบาล หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตและสังคมไทยในเชิงลึก เช่น การทำสมาธิหรือการเข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่น
3.คู่สมรสและบุตรของผู้ถือวีซ่า DTV
คู่สมรสและบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถเข้ามาพำนักในประเทศไทยพร้อมกับผู้ถือวีซ่า DTV ได้เช่นกัน ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการย้ายมาพักผ่อนหรือลองใช้ชีวิตในประเทศไทย
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อห้ามและเงื่อนไข)
อายุผู้สมัคร: ต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป
ห้ามทำงานให้บริษัทในไทย: ผู้ถือวีซ่านี้อนุญาตให้ทำงานแบบ Remote Work ให้กับนายจ้างต่างประเทศเท่านั้น ห้ามรับงานหรือทำงานให้บริษัทที่จดทะเบียนในไทย
การสมัคร: ต้องยื่นคำร้องผ่านระบบ Thai E-Visa ขณะที่ตัวผู้สมัคร อยู่นอกประเทศไทย เท่านั้น
รายการเอกสารเบื้องต้น
1.หนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทาง: ต้องมีอายุการใช้งานของหนังสือเดินทางเหลืออย่างน้อย 6 เดือน ณ วันที่สมัครวีซ่า
2.รูปถ่าย: รูปถ่ายตามมาตรฐานการขอวีซ่า
3.หลักฐานทางการเงิน: บัญชีธนาคารหรือเอกสารทางการเงินที่แสดงยอดเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท (หรือเงินสกุลอื่นในมูลค่าเท่ากัน) เพื่อแสดงถึงความมั่นคงทางการเงินของผู้สมัคร โดยต้องคงสภาพไว้อย่างน้อย 3 เดือน
4.เอกสารยืนยันวัตถุประสงค์การพำนักในประเทศไทย
5.เอกสารเพิ่มเติมสำหรับคู่สมรสและบุตร: ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรที่พิสูจน์ความสัมพันธ์ในครอบครัว
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
ค่าธรรมเนียม: 10,000 บาท (หรือประมาณ 300-400 USD ขึ้นอยู่กับสถานทูตแต่ละแห่ง)
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
อายุวีซ่า 5 ปี: เป็นวีซ่าประเภทเข้า-ออกได้ไม่จำกัดครั้ง (Multiple Entry) ตลอดระยะเวลา 5 ปี
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
ในการเดินทางเข้าไทยแต่ละครั้ง จะได้รับอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 180 วัน
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
ขั้นตอนการขอวีซ่า DTV
1.การยื่นใบสมัครออนไลน์
ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้โดยการกรอกแบบฟอร์มที่ระบุข้อมูลส่วนตัว วัตถุประสงค์การเดินทาง และแนบเอกสารที่จำเป็น
2.การตรวจสอบเอกสาร
เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลของผู้สมัคร หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ผู้สมัครจะได้รับการอนุมัติในขั้นตอนต่อไป
3.การชำระค่าธรรมเนียม
ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 10,000 บาท หลังจากเอกสารทั้งหมดผ่านการตรวจสอบแล้ว
4.การรับวีซ่า
เมื่อวีซ่าผ่านการอนุมัติ ผู้สมัครจะได้รับวีซ่า DTV ที่มีอายุ 5 ปี สามารถเข้าออกประเทศไทยได้หลายครั้ง และสามารถพำนักได้ครั้งละ 180 วัน
ทำไมถึง DTV Visa
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สถานทูตไทย หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 15-20 วันทำการ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่า DTV ประเทศไทย
1. วีซ่า DTV ต้องรายงานตัว 90 วันไหม?
ตอบ: หากพำนักต่อเนื่องเกิน 90 วันโดยไม่เดินทางออกนอกประเทศเลย ยังคงต้องทำเรื่องรายงานตัว 90 วันตามกฎหมายปกติ
2. ใช้เงินในบัญชีหุ้นหรือ Crypto ยื่นแทนเงินฝากได้ไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่สถานทูตจะเน้นที่ "เงินฝากออมทรัพย์" (Savings) หรือบัญชีที่ถอนออกมาใช้ได้ทันทีในชื่อของผู้สมัครเอง
3. เรียนภาษาไทย สามารถขอวีซ่า DTV ได้ไหม?
ตอบ: ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา การเรียนภาษาทั่วไปไม่เข้าข่าย DTV แล้ว ควรสมัครเป็นวีซ่านักเรียน (ED Visa) แทน ยกเว้นเป็นการสัมมนาเชิงวิชาการระยะสั้นตามเกณฑ์
4. ถ้าเปลี่ยนนายจ้างระหว่างถือวีซ่า DTV ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ตราบใดที่คุณยังทำงาน Remote ให้กับบริษัทนอกประเทศไทย คุณยังสามารถใช้ประโยชน์จากวีซ่าเดิมได้ แต่ต้องเตรียมเอกสารนายจ้างใหม่ไว้กรณีขอต่ออายุ (Extension) ในไทย
5. บุตรอายุ 18 ปี สามารถขอผู้ติดตาม DTV ได้ไหม?
ตอบ: ได้ บุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปี และยังไม่ได้สมรส สามารถยื่นขอวีซ่าผู้ติดตามได้โดยใช้หลักฐานความสัมพันธ์และเงินฝากแยกในชื่อผู้สมัคร (หรือตามเกณฑ์สถานทูต)
ปลดล็อกขีดจำกัดการใช้ชีวิตและธุรกิจในไทย ด้วยเอกสิทธิ์แห่ง LTR Visa
นิยามใหม่ของ "บ้านหลังที่สอง" สำหรับบุคลากรระดับโลก
Long-Term Resident Visa (LTR Visa) ไม่ใช่เพียงการอนุญาตให้พำนักระยะยาว แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้ที่มีความมั่งคั่งและทักษะสูงจากทั่วโลก เรามุ่งเน้นดึงดูด "ตัวจริง" ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูง การแพทย์ และพลังงานสะอาด เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และขับเคลื่อนการลงทุนอย่างยั่งยืน มอบความมั่นคงที่เหนือกว่าวีซ่าทั่วไป เพื่อให้คุณหยั่งรากสร้างความสำเร็จได้อย่างแท้จริง
สิทธิประโยชน์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่เหนือกว่าทุกข้อกำหนด
สัมผัสความคุ้มค่าที่หาจากวีซ่าประเภทอื่นไม่ได้ ด้วยสิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่เพียง 17% สำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง ซึ่งเป็นอัตราที่จูงใจระดับสากล นอกจากนี้ LTR Visa ยังทลายทุกกำแพงความยุ่งยาก ด้วยการยกเว้นข้อกำหนดสัดส่วนการจ้างงานพนักงานไทยต่อต่างชาติ (4:1) ช่วยให้ภาคธุรกิจคล่องตัวยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับความสะดวกสบายด้วยสิทธิ์การใช้ช่องทาง Fast Track ณ สนามบินนานาชาติ และเปลี่ยนการรายงานตัวจากทุก 90 วัน เป็นปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้เวลาของคุณมีค่าที่สุด
รากฐานแห่งความมั่นคงและการดูแลระดับ "Red Carpet"
ด้วยอายุวีซ่าที่ยาวนานถึง 10 ปี LTR Visa มอบความอุ่นใจให้คุณและครอบครัวสามารถวางแผนอนาคตในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัยหรือการศึกษาของบุตร โดยมีศูนย์บริการบุคลากรทักษะสูง (One Stop Service Center) ของ BOI คอยดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการรับรองคุณสมบัติไปจนถึงการออกใบอนุญาตทำงานดิจิทัล (Digital Work Permit) เราพร้อมปูพรมแดงต้อนรับเพื่อสนับสนุนให้คุณใช้ชีวิตและขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพในประเทศไทย
Long-Term Resident Visa (LTR Visa) เอกสิทธิ์สูงสุด 10 ปี เพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด
ก้าวสู่ความเหนือระดับด้วย LTR Visa วีซ่าพำนักระยะยาวประเภทพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดบุคคลที่มีศักยภาพสูง (High-Potential Foreigners) ให้เข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทย พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและสิทธิการพำนักที่ยาวนานที่สุด
ชาวต่างชาติ 4 ประเภทที่สามารถสมัคร LTR Visa
LTR Visa คือวีซ่าที่เน้นดึงดูดชาวต่างชาติ 4 กลุ่มหลักที่มีความมั่งคั่งหรือทักษะสูง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย:
1. Wealthy Global Citizens (ผู้มีความมั่งคั่งสูง)
กลุ่มนี้เน้นนักลงทุนระดับโลกที่ต้องการพำนักในไทยและมีการลงทุนที่ชัดเจน
o พันธบัตรรัฐบาลไทย
o การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในบริษัทไทย
o การซื้ออสังหาริมทรัพย์ (คอนโดมิเนียม)
2. Wealthy Pensioners (ผู้เกษียณอายุที่มีความมั่งคั่ง)
กลุ่มนี้เน้นผู้สูงอายุที่มีรายได้มั่นคงและต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย
3. Work-from-Thailand Professionals (กลุ่มทำงานทางไกลจากไทย)
หรือกลุ่ม Digital Nomad ที่ทำงานให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่
4. Highly Skilled Professionals (ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง)
กลุ่มคนเก่งที่ต้องการเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ของไทย
ข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ต้องมี "ทุกกลุ่ม" (Mandatory Requirements)
1.ประกันสุขภาพ:
2.ประวัติความประพฤติ:
เรื่องสำคัญในการสมัครยื่นขอวีซ่า (ข้อห้ามและเงื่อนไขพิเศษ)
รายการเอกสารเบื้องต้น
ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า
อายุของวีซ่า (Visa Validity)
ระยะเวลาพำนัก (Period of Stay)
สามารถพำนักในประเทศไทยได้ยาวนานต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนจากการรายงานตัวทุก 90 วัน เป็น การรายงานตัวปีละ 1 ครั้ง แทน และเดินทางเข้า-ออกประเทศได้ไม่จำกัด (Multiple Entry)
การขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
เมื่อครบกำหนด 5 ปีแรก ผู้ถือวีซ่าต้องยื่นขอรับรองคุณสมบัติอีกครั้ง (Re-endorsement) จาก BOI เพื่อรับสิทธิพำนักต่อในอีก 5 ปีที่เหลือ
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
1. เลือกบริการ
2. ชำระค่าบริการ
3. รวบรวมเอกสาร
4. ดำเนินการด้านเอกสาร
5. รับเล่มและผลวีซ่าคืน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
หลังลูกค้าชำระค่าบริการ ทางบริษัทฯ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการในการจัดเตรียมเอกสาร
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Thailand Board of Investment-BOI) จะใช้เวลาในการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร เพื่อออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ (Endorsement) ประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพิ่มเติมของแต่ละสัญชาติ
กรุณาวางแผนในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่า LTR ประเทศไทย
1. วีซ่า LTR ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ไหม?
ตอบ: หากต้องการทำงานในไทยจะได้รับ Digital Work Permit ซึ่งขั้นตอนจะสะดวกและรวดเร็วกว่าวีซ่าทำงานปกติมาก
2. ถ้าตกงานหรือลาออก วีซ่า LTR จะถูกยกเลิกทันทีไหม?
ตอบ: สำหรับกลุ่มทักษะสูง หากมีการเปลี่ยนงานต้องแจ้งให้ BOI ทราบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของวีซ่าไว้
3. วีซ่า LTR ใช้ช่องทาง Fast Track ที่สนามบินได้ไหม?
ตอบ: ได้ ผู้ถือวีซ่า LTR ได้รับสิทธิพิเศษในการใช้ช่องทาง Fast Track (Premium Lane) ณ สนามบินนานาชาติในประเทศไทย
4. ต้องมีเงินฝากในธนาคารไทยเหมือนวีซ่าเกษียณไหม?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับกลุ่มที่สมัคร หากสมัครกลุ่ม Wealthy Pensioner ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ต้องมีการลงทุนในไทยอย่างน้อย 250,000 USD แทน
5. ยื่นสมัคร LTR ขณะอยู่ในประเทศไทยได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ สามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ BOI ได้ทั้งจากในและต่างประเทศ เมื่อได้รับการรับรองคุณสมบัติแล้วจึงไปประทับตราวีซ่า
บริการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติในประเทศไทย (Marriage Registration Services in Thailand)
การเริ่มต้นชีวิตคู่ในประเทศไทยให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรายินดีให้บริการจดทะเบียนสมรสแก่คู่รักทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นการสมรสระหว่าง คนไทยกับชาวต่างชาติ หรือการสมรสระหว่าง ชาวต่างชาติกับชาวต่างชาติ ที่ประสงค์จะจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย เราพร้อมดูแลทุกขั้นตอนให้การจดทะเบียนสมรสระหว่างคุณและคนรักชาวต่างชาติเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามระเบียบ และประหยัดเวลามากที่สุด
ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสในไทย สามารถดำเนินการภายใต้กฎหมายไทยได้ โดยทั้งคู่ต้องมีสถานะ “โสด” หรือ “หย่าขาดจากคู่สมรสเดิมเรียบร้อยแล้ว” เอกสารสำคัญที่สุดคือ “หนังสือรับรองโสด” (Affirmation of Freedom to Marry) ที่ออกโดยสถานทูตของสัญชาตินั้นๆ ในประเทศไทย ซึ่งต้องผ่านการแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยกรมการกงสุลไทยก่อน จึงจะสามารถนำไปจดทะเบียนสมรส ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
รูปแบบบริการที่เราเชี่ยวชาญ
รายละเอียดขั้นตอนการทำงาน (Professional Process)
ขั้นตอนที่ 1: การเตรียมการก่อนเดินทาง (Pre-Arrival)
ขั้นตอนที่ 2: ดำเนินการเมื่อถึงไทย (In-Country)
ขั้นตอนที่ 3: งานนิติกรรมและรับรองเอกสาร (Legalization)
ขั้นตอนที่ 4: วันจดทะเบียนสมรส (Registration Day)
ขั้นตอนการทำงานของเรา (Our Visa Processing)
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1.ชาวต่างชาติกับชาวต่างชาติ จดทะเบียนในไทยได้จริงหรือ?
ตอบ: ทำได้จริง กฎหมายไทยไม่ได้จำกัดสัญชาติของผู้ขอจดทะเบียนสมรส ตราบใดที่มีหนังสือรับรองโสดที่ผ่านการรับรองจากสถานทูตและกงสุลไทยอย่างถูกต้อง
2.ใบสำคัญการสมรสของไทย สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ เมื่อจดทะเบียนเสร็จแล้ว เราแนะนำให้แปลใบสมรสเป็นภาษาอังกฤษและรับรองกงสุลไทยอีกครั้ง เพื่อนำไปบันทึกสถานะครอบครัว ณ ประเทศต้นทางของคุณ
3.ต้องใช้ระยะเวลากี่วันถึงจะจดทะเบียนได้สำเร็จ?
ตอบ: หลังจากได้หนังสือรับรองโสดจากสถานทูต จะใช้เวลาแปลและรับรองกงสุลประมาณ 3-5 วันทำการ หลังจากนั้นสามารถจดทะเบียนสมรสได้ทันทีในวันเดียว
4.หากสถานทูตของฉันไม่มีกงสุลในกรุงเทพฯ ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ในบางสัญชาติอาจต้องขอเอกสารจากสถานทูตที่ดูแลพื้นที่ใกล้เคียง หรือใช้ระเบียบเฉพาะทาง ทีมที่ปรึกษาของเราจะเช็คข้อมูลและหาทางออกที่ถูกต้องให้เป็นกรณีไป
5.บริการนี้รวมถึงการจัดเตรียมล่ามด้วยใช่ไหม?
ตอบ: ใช่ เราจัดการให้ครบวงจร รวมถึงล่ามแปลภาษาเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจและยินยอมในการสมรสอย่างแท้จริง